เนื่องในโอกาสที่รัฐบาลไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ( United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR ) ฉลองครบรอบ ๒๕ ปี ความร่วมมือในการ ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ในประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓

 
ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ของ จิต-ดระ-ธานี เนื่องที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการวาดภาพ ณ ค่ายบ้านปางควาย และบ้านใหม่ในสอย จ. แม่ฮ่องสอน

( เขียนเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๓ )


ภาพบรรยากาศบางส่วน ในพิธีเปิดนิทรรศการศิลปกรรม ภาพแห่งการลี้ภัยในประเทศไทย
ในช่วงเวลา ๒๕ ปีที่ผ่านมา คนจำนวนกว่า หนึ่งล้านสามแสนคน ได้หนีความขัดแย้งเพื่อลี้ภัยในประเทศไทย เป็นที่น่ายินดีที่คนส่วนใหญ่ ในจำนวนนั้น ได้กลับมาตุภูมิ ด้วยความสมัครใจ หรือไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ในประเทศอื่น ในเวลาที่พวกเขาทุกข์ยาก คนไทยได้ช่วยชีวิตพวกเขา ด้วยความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
      ในโอกาสครบรอบนี้ จิตรกรไทยผู้ทรงคุณวุฒิ ๒๙ ท่านได้มอบภาพวาดให้สำนักงานฯ เพื่อแสดงในนิทรรศการ "ภาพแห่งการลี้ภัยในประเทศไทย" ซึ่งจะนำไปแสดงตามจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย และจะจำหน่ายเพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
      จิตรธานี เป็นหนึ่งในจิตรกรไทย ที่ได้มีโอกาสมอบผลงานให้กับสำนักงานฯ และนำออกแสดงสู่สาธารณชน ณ ห้องนิทรรศการ บ้านเชียง ๒ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ถึง ๗ มกราคม ๒๕๔๔ โดยมี ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงต่างประเทศ) เป็นประธานเปิดงาน

 
ผลงานของ จิด-ตระ-ธานี ที่ร่วมแสดงในนิทรรศการ  ภาพแห่งการลี้ภัยในประเทศไทย

Title : The greatest love is the love of mankind
ชื่อภาพ : ความรักที่ยิ่งใหญ่ คือความรักที่มีต่อมวลมนุษยชาติ


 

      บรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขา และธารน้ำไหล ผสมกับละอองความชื้นในอากาศ และย่างก้าวแรก ที่คนเขียนรูปชาวกรุงอย่างผม ก้าวลงย่ำไปบนพื้นที่ ตรงที่เราเรียกกันว่า " ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัย " ความรู้สึกแรกที่ปรากฏกับตัวผม คือ บรรยากาศความเป็นธรรมชาติ เรือนพักทุกหลังมุงด้วยใบตองตึง และปลูกจากวัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ดูเรียบง่าย งดงาม สงบ และสะอาด แตกต่างจากความรู้สึกที่ว่า จะต้องมาพบกับสภาพความน่ารันทด อย่างที่เตรียมใจมา
      ยอมรับว่า UNHCR และ NGO (None government organization: องค์กรการกุศลอิสระ ที่ไม่ใช่ของรัฐบาลใดๆ) ได้ดูแลให้ความสะดวกสบาย ตามอัตภาพแก่ผู้ลี้ภัย ที่อพยพมาได้เป็นอย่างดี มีการสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ผู้ลี้ภัย (ซึ่งส่วนใหญ่เป็น กะเหรี่ยงแดง) และจัดการสาธารณูปโภค ทั่วไปได้อย่างครบถ้วน มีกรรมการหมู่บ้าน และการฝึกอาชีพ ให้กับผู้ลี้ภัยสตรี ภาพที่ประทับใจอย่างยิ่ง ก็คือสายตาของเด็กๆ ในโรงเรียนที่ฝาห้องเรียน ทำจากไม้ไผ่เตี้ยๆ ทุกคนจ้องมองมาที่เรา คณะผู้เยี่ยมเยือนแปลกหน้า เด็กทุกคนมีแววตาที่สดใส และไร้เดียงสาเหลือเกิน เขายิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ และโบกไม้โบกมือให้เรา ราวกับไม่เคยรู้เลยว่า เขาและครอบครัว ต้องประสบความลำบากอย่างที่สุด จากสถานการณ์ ความรุนแรงในพม่า จนต้องซัดเซพเนจร พลัดจากบ้านเกิด และเข้ามาขออาศัยพักพิง ในประเทศไทย ผมหวังแต่เพียงว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาจะได้กลับไป " บ้าน " คำสั้นๆ แต่ลึกซึ้งในความรู้สึก และขอให้ปราศจากความรุนแรงใดๆ ที่จะมุ่งเข้ามาทำร้ายเขาได้อีก ผมหวังแต่เพียงให้มนุษย์เรารัก และเมตตาต่อกัน เหมือนกับภาพวาด ที่ผมได้ตั้งชื่อไว้ว่า " The greatest love is the love of mankind "

 

  Create and Maintained by JitdraThanee  Copyright © 1999-2008 by JitdraThanee.com, All Rights Reserved.  Best viewed: 1024x768 pixles.