ฤๅจะเป็น “อาชญากรรมทางวัฒนธรรมแห่งชาติ” ที่น่าโศกสลดที่สุดในปี ๒๕๕๕

ถ้าใครมีโอกาสติดตามข่าวสารช่วงปลายเดือนมีนาคม 2555 น่าจะได้ผ่านตาข่าวๆ หนึ่ง ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาติ ที่มีอายุราว 300 ปี ที่ถูกริดรอนและฆาตกรรมโดยผู้ที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ ในเชิงอนุรักษ์อย่างรุนแรง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปพักใหญ่ ในแวดวงของคนที่รักศิลปวัฒนธรรมของชาติ ที่เป็นดั่งน้ำหล่อเลี้ยง ให้คนไทยได้รู้ว่า เราคือใคร มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา จน “เป็นไท” อย่างในทุกวันนี้ได้อย่างไร และยังเป็นเสมือนจิตวิญญาณของบรมครูช่างไทยแต่บรรพกาลแหล่งสุดท้าย ที่เก่าแก่ที่สุด และยังหลงเหลืออยู่ในอาณาจักรล้านนา

และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่า ก็คือ ข้าราชการผู้ใหญ่ของกรมศิลปากร ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ กลับออกมาปฏิเสธได้อย่างหน้าตาเฉยว่า “ไม่ได้ทำลาย ทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม” ซึ่งทำให้ผมดูๆ แล้วรู้สึกว่า…เป็น “การเถ” อย่างน่าอับอายและน่าสมเพชเป็นที่สุด เพราะหากให้เด็กๆ หรือตาสีตาสาที่ไหนมาดู ภาพเปรียบเทียบระหว่างของเก่าก่อนซ่อม กับของที่เพิ่งถูกซ่อมมาใหม่ๆ หมาดๆ ก็จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการกระทำด้วยเพราะขาดความรู้ในเชิงอนุรักษ์ และใช้ช่างซ่อมที่มีฝีมือชั้นเลวขนาดไหน กระทำต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติ ที่อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และไม่อาจจะหาที่ไหนมาทดแทนได้อีกแล้ว

ผมกำลังพูดถึงเรื่องการอนุรักษ์จิตรกรรม ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งอาณาจักรล้านนา ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง ที่หากคุณได้ดูภาพประกอบด้านล่างนี้แล้ว ก็คงจะทราบเป็นอย่างดีว่า การอนุรักษ์ (คำที่กรมศิลปากรและผู้รับเหมาใช้อ้าง) กระทำได้ ห่วย เลว และบัดซบ ขนาดไหน

ทั้งนี้ผมได้รับเอกสารเผยแพร่ จาก อ.สุรชัย จงจิตงาม (อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ซึ่งเป็นต้นเรื่อง ผู้ร้องเรียนไปยังหนังสือพิมพ์ข่าวสด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา อาจารย์ได้สรุปเรื่องนี้ เสนอแนะข้อควรแก้ไข และเปรียบเทียบภาพตัวอย่างให้ดูกันตรงๆ พร้อมคำชี้แจงจากหน่วยงานราชการ (กรมศิลปากร) เกี่ยวกับประเด็นในเรื่องนี้ (ว่า “เถ” อย่างไร) อ.สุรชัย บอกว่า เป็นบทความแรก ที่นำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ มาปะติดปะต่อกัน เพื่อให้ผู้สนใจได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมได้ทำเป็น PDF เพื่อให้เหมาะแก่การดาวน์โหลด และอ่านออนไลน์แล้วครับ ขนาดไฟล์ PDF อยู่ที่ 1.65 MB มีทั้งหมด 4 หน้า คลิกโหลดที่ด้านล่างได้เลยครับ

ฉบับที่ 1 : ข้อเท็จจริงกรณีความเสียหาย ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง (270)

มีความเห็นอย่างไร โพสคอมเม้นท์ที่ด้านล่างเล่าสู่กันฟังได้ครับ
หากผมได้รับเอกสารเผยแพร่จาก อ.สุรชัย อีก ก็จะโพสให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องครับ
(หากมีปัญหาในการดาวน์โหลด แจ้งได้นะครับ)

พ่อไก่อู / จิด-ตระ-ธานี

Share

หนึ่งความคิดบน “ฤๅจะเป็น “อาชญากรรมทางวัฒนธรรมแห่งชาติ” ที่น่าโศกสลดที่สุดในปี ๒๕๕๕

  1. ไผ่

    บอกได้ คำเดียว ว่าน่าเสียดาย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงบูรณะศิลปะที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ด้วยวิธีนี้ด้วย อย่างสมัยก่อนที่ผมเรียน ได้ไปคัดลอกงาน จิตรกรรมฝาผนังภายในหลายๆ ที่ ก็ถูกซ่อมจนเสียหายไปเยอะเหมือนกัน และอีกหลายๆๆ ที่ ที่เอาคนซ่อมที่ไม่ค่อยมีความชำนาญมาทำการบูรณะ ผลออกมาแทนที่จะเป็นการบูรณะกลับเป็นการทำลายศิลปะอันทรงคุณค่า ที่ครูช่างท่านได้ฝากผลงานเอาไว้

    1. Kai-U ผู้เขียนเรื่อง

      เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจจริงๆ ครับ..ไผ่ ผมดูแล้วก็รู้สึกสลดอย่างบอกไม่ถูก (U) เท่าที่ทราบงานนี้มีนอกมีในแน่ๆ ทั้งวัด ข้าราชการ และผู้รับเหมา (ตัวกลมไปตามๆ กัน) ตอนนี้คงได้แต่รอว่า กระแสสังคมจะทำให้งานนี้ เดินไปในทิศทางไหนต่อเท่านั้น จะดี/จะเลว ต้องตามดู

  2. phanthong

    คุณเป็นถึงระดับหัวหน้าทำงานมาก็นาน แต่กลับคิดได้แค่นี้ มันคือสมบัติของผม ของชาติ ของโลก

  3. sakdinan

    ปัญหาของช่างอนุรักษ์มีหลายรูปแบบ เช่น ระยะเวลาการดำเนินงานงานศิลปะโบราณซึ่งจะต้องมีความประณีตละเอียดอ่อนในการทำงาน แต่กลับต้องถูกกดดันจากระยะเวลาสัญญาจ้าง ของทางกรมศิลป์กับ บริษัทรับเหมาต่อ ตัวแปรจากสภาพดินฟ้าอากาศ เร่งแต่จะทำงานให้เสร็จเพื่อเร่งรับเงินกัน ประกอบกับรายได้ที่ไม่ได้มากมายอะไร ไม่คุ้มกับค่ารักษาตัวเองจากการได้รับอันตรายจากน้ำยาต่างๆ ที่ใช้ในงานอนุรักษ์

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

:-[ (B) (^) (P) (@) (O) (D) :-S ;-( (C) (&) :-$ (E) (~) (K) (I) (L) (8) :-O (T) (G) (F) :-( (H) :-) (*) :-D (N) (Y) :-P (U) (W) ;-)