ชื่อ: jim (ช.)
อายุ: ๐-๑๘, มัธยมศึกษา, กรุงเทพฯ
ส่งคำถามเมื่อ: ๒๓ มกราคม ๒๕๔๔
   

ผมอยากทราบประวัติ ของการกำเนิดลายไทยครับ แล้วรายละเอียดพื้นฐาน เกี่ยวกับลายไทยทั้งหมดครับ รบกวนจริงๆ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 

 
 ลายไทยเป็นศิลปะเก่าแก่ มีมาเนิ่นนาน ตั้งแต่เริ่มประวัติศาสตร์ชาติไทย แม้ว่าลายไทยรุ่นดึกดำบรรพ์ จะไม่เหมือนลายไทยในสมัยหลัง แต่ก็ยังมีเค้าว่า เป็นลูกหลานหว่านเครืออันเดียวกันอยู่

ปฐมกำเนิดลายไทย
     อันเแบบแผนลายไทยเท่าที่ปรากฏ ให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ ถือได้ว่าเป็นแบบแผนตายตัว เนื่องด้วยลายไทยได้วิวัฒนาการตัวเอง ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ จนสู่จุดสมบูรณ์ กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยจนถึงทุกวันนี้
     ที่จริงในสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ลายไทยมิได้มีรูปร่างหน้าตาอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ จากการค้นคว้าลายรุ่นเก่า บนลายปูนปั้นและลายจำหลักศิลา บนใบเสมารุ่นอู่ทอง และสุโขทัย ซึ่งพบทั่วไปในดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในท้องที่ของนครเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมา ลงไปสุดใต้ที่นครศรีธรรมราช ลายอันปรากฏนั้น มิได้เป็นลายที่สืบต่อมาจากขอม หรือ ทวารวดี หากแต่เป็นลายที่ เกิดขึ้นจากการ "สลัดแอกอิทธิพลอินเดีย" เข้าสู่ความเป็นตนเอง โดยจะมีลักษณะเหมือนธรรมชาติ คือเป็นลายเครือเถา ลายก้านขด ประกอบด้วยรูปดอกไม้ ใบไม้ รูปนก สัตว์จตุบาท (สัตว์ ๔ เท้า) ทวิบาท (สัตว์ ๒ เท้า) ต่างๆ ซึ่งลายลักษณะนี้ เป็นลายคนละตระกูล กับลายอันมีอิทธิพลจากอินเดีย
ลายไทยนั้นได้มีวิวัฒนาการ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยนับเริ่มต้นได้ตั้งแต่ ในสมัยอู่ทอง อโยธยา สุโขทัย ลายไทยในสมัยอยุธยาตอนต้น ตอนกลาง ลายไทยอันสง่างาม เลื่อนไหลเเป็นเปลวไฟ ในสมัยอุธยายาตอนปลาย จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และศิลปะของเมืองหลวงปัจจุบัน
 
     
   
ข้อมูลข้างต้น เป็นการนำเสนอเพียงคร่าวๆ โดยน้อง jim สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ของลายละเอียดในแต่ละยุคสมัย ได้จากแหล่งหนังสือ ดังต่อไปนี้ครับ
๑. น. ณ ปากน้ำ, วิวัฒนาการลายไทย (พิมพ์ครั้งที่ ๓), สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, กรุงเทพฯ ๒๕๓๔, ๓๒๘ หน้า
๒. น. ณ ปากน้ำ, ถาม-ตอบ ศิลปะไทย , สำนักพิมพ์สารคดี, กรุงเทพฯ ๒๕๔๐, ๓๔๓ หน้า
๓. จีรพันธ์ สมประสงค์, ศิลปะประจำชาติ ศป.๒๓๑ , สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, กรุงเทพฯ ๒๕๓๒, ๒๗๒ หน้า
ขอให้น้อง jim สนุกกับการทำรายงาน จากข้อมูลที่หาได้ ด้วยสำนวนของตัวเองนะครับ ถ้าผมบอกทั้งหมด คุณครูของน้อง jim ต้องตำหนิผมเป็นแน่ !