![]() |
ชื่อ: ชินาธิป (ญ.) อายุ: ๑๙-๒๕, มัธยมศึกษา, กรุงเทพฯ ส่งคำถามเมื่อ: ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ |
![]() |
|||||
อยากทราบคุณสมบัติของ สีน้ำมัน กับ สีอะคริลิก ว่าแตกต่างกันอย่างไร ? และสีน้ำมันต้องผสมอะไรบ้าง ? มีน้ำมันที่ผสมสีกี่ชนิดคะ ขอบคุณค่ะ |
![]()
สีน้ำมัน (Oil color) เป็นสีที่นิยมใช้ในงานศิลปะมากว่า ๕๐๐ ปี ได้จากการนำผงสี มาผสมกับขี้ผึ้ง (beeswax) และน้ำมันที่สกัดจากพืช อาทิ safflower oil, popyseed oil, soybean oil เป็นต้น วีธีใช้ นำสีน้ำมันมาผสมกับตัวทำละลาย คือน้ำมันลินสีด (linseed oil สกัดจากเมล็ดต้นแฟล็คซ์ (flax) ต้นไม้ที่เอาเส้นใย มาทำผ้าลินิน) และทินเนอร์ (thinner) ในอัตราส่วน 2:1 คุณสมบัติของน้ำมันลินสีด จะทำให้สีลื่นระบายได้ง่าย เมื่อแห้งแล้วจะไปเคลือบผิว ทำให้ภาพสีน้ำมัน มีลักษณะมันเงา และยังเป็นตัวทำละลาย ที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่ายราคาถูก แต่ถ้าผ่านระยะเวลายาวนาน จะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพจากเคลือบใส กลายเป็นสีเหลือง และสีน้ำตาลไหม้ในที่สุด สีอะคริลิก (Acrylic color) เป็นสีที่สังเคราะห์ขึ้นใหม่ ในปลายศตวรรษที่ 20 ได้จากการนำผงสี มาผสมกับ Resins synthetically (วัสดุที่ได้จากปิโตรเลียม) ลักษณะของสีอะคริลิก จะเหมือนสีน้ำมันมาก แต่จะเข้มข้นและสดใสกว่า เนื้อสีจะไม่อมเหลือง (เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำมันลินสีด) เวลาแห้งจะเหมือนกับแผ่นฟิล์ม ระยะเวลาแห้งสั้น ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สีอะคริลิกสามารถระบายให้บางจนคล้ายสีน้ำได้ หากผสมน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และหากใช้ Acrylic thickeners เป็นตัวผสมจะทำให้ระบาย ด้วยเทคนิคสีหนาๆ ได้เหมือนกับสีน้ำมัน ขอแถมความรู้เรื่องสีน้ำอีกสักอย่างนะครับ.... สีน้ำ (Water color) ที่ผลิตเพื่อการค้าในปัจจุบัน ได้จากการนำผงสี มาผสมกับ gum acacia (ยางไม้ที่ได้จากต้นไม้จำพวก สีเสียด, ส้มป่อย, ชะอม, กระถิน) ลักษณะของสีน้ำ จะมีความบางใสมากกว่าสีชนิดอื่นๆ ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สีจะกระจายดัวได้ดีในน้ำ เหมาะกับการระบายบนกระดาษ ที่ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อแห้งแล้วหากถูกน้ำ สีจะละลายออกได้อีก ไม่เหมือนกับสีน้ำมัน และสีอะคริลิก ซึ่งจะไม่ละลายอีกเมื่อถูกน้ำ สีแต่ละชนิด มีสูตร และอัตราส่วนในการผสมที่แตกต่างกัน การบรรยายข้างต้น เป็นเพียงการแสดงวัสดุ ที่ใช้ผสมอย่างคร่าวๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย จะขึ้นอยู่กับผู้ผลิตสีแต่ละราย |
||
อ้างอิงจาก |