![]() |
ชื่อ: บี (ญ.) อายุ: ๒๑-๓๐, ปริญญาตรี (ม.นเรศวร์), พิษณุโลก ส่งคำถามเมื่อ: ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ |
![]() |
|||||
อยากให้ยกตัวอย่างภาพ พร้อมเขียนวิจารณ์ในเชิงสุนทรียศาตร์ให้ศึกษาหน่อยค่ะ ไม่เข้าใจในเรื่องการวิจารณ์งานศิลปะ ขอบคุณมากค่ะ |
![]()
แนวทางที่ ๑. เชื่อว่ามีเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา บุคคลและวัฒนธรรม เรียกว่าแบบปรนัย หรือแบบวัตถุวิสัย แนวทางที่ ๒. เชื่อว่าเกณฑ์ตายตัวเพียงเกณฑ์เดียวไม่มีอยู่จริง แต่ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม เรียกว่าแบบอัตวิสัย (อัต-ตะ-วิสัย) เชื่อว่าความงามทางสุนทรีย์ทั้งหลาย "มีกฎเกณฑ์แน่นอนตายตัว" (ทั้งในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม แต่ขอยกตัวอย่างเฉพาะ "ประติมากรรม" ในกรณีนี้ แต่ก็เป็นเกณฑ์ที่ใช้ร่วมกับงานจิตรกรรมได้ครับ) ๑. รากฐานที่ทำให้แนวคิดนี้เป็นระบบชัดเจน อยู่ในสมัยกรีก คือ มีนักคิด นักปรัชญากลุ่มหนึ่ง ที่สังเกตพบว่า ธรรมชาติรอบตัวของมนุษย์นั้นเป็นเป็นสิ่งที่มีระเบียบ มิใช่ไร้ระเบียบ แต่มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่แน่นอนอยู่ในธรรมชาติ (และเหนือธรรมชาติ) เช่น ร่างกายของมนุษย์ นักคิดกรีก และคนทำงานศิลปะ จะพบว่าร่างกายของมนุษย์สามารถ กำหนดสัดส่วนได้แน่นนอน เช่น ถ้าแบ่งครึ่งออกในแนวตั้ง ก็จะมีสัดส่วนที่สมมาตรพอดี หรือตาก็จะอยู่กึ่งกลางของศีรษะ และระหว่างศรีษะจรดคางก็จะเป็นจมูกเป็นต้น จะเห็นถึงระเบียบที่แน่นอนและงดงามตามธรรมชาติ หรือ แบ่งร่างกายออกเป็นสัดส่วน เช่น ศรีษะเท่ากับ ๑ ส่วน ต่อ ๖-๗ ส่วนของร่างกาย ถ้าหากมีสัดส่วนที่เพี้ยนไปจากนี้ เราจะเห็นได้ชัดว่า "ยังไงก็ไม่งามไปได้" เป็นต้น และถ้าศิลปินถ่ายทอดสิ่งนี้ได้ดี ตรงกับที่เกณฑ์ที่มีอยู่ ก็จะถือว่างาม ถึงกับมีคำกล่าวที่นิยมเรียกกันว่า สัดส่วนทองคำ (golden section)
กฎเกณฑ์ที่มีอยู่ เช่น สัดส่วนที่พอดี อยู่ในวัยหนุ่ม มีการเคลื่อนไหวที่ไม่รวดเร็วและรุนแรงเป็นต้น แนวคิดแบบนี้ เรียกว่า "เชื่อว่าความงามที่มีอยู่เป็นปรนัย หรือวัตถุวิสัย (objective)" และแนวคิดที่เป็นแม่แบบที่โด่งดังที่สุดคือ แนวคิดทางความงามของนักปรัชญากรีก ชื่อ เพลโต (Plato) ซึ่งมีบทสนทนา เรื่องความงามโดยเฉพาะ (จะไม่ลงรายละเอียดในที่นี้ คงหาเพิ่มเองได้ไม่ยาก) |
|||||