ชื่อ: ปรารถนา กุลเผือก (ญ.)
อายุ: ๑๖-๒๐, มัธยมศึกษา
โรงเรียนกระทุ่มแบน "วิเศษสมุทคุณ", จ.สมุทรสาคร
ส่งคำถามเมื่อ: ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐
   

คุณค่าในงานจิตรกรรมไทยแบ่งออกเป็นกี่ด้านคะ ช่วยอธิบายให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
 

 
 สำหรับคำถามที่ถามมานั้น ถ้าจะตอบให้ละเอียด คงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยาวมาก แล้วแต่ว่าผู้ตอบคำถาม จะใช้หลักการหรือทฤษฎีใดในการอธิบาย เพราะหากใช้แนวคิดที่ต่างกัน การประเมินคุณค่าจิตรกรรมไทย (และงานศิลปะอื่น) ก็มีคำตอบที่แตกต่างกันมากทีเดียว แต่เพื่อให้เป็นพื้นฐานในการหาคำตอบที่ซับซ้อนขึ้น ก็อาจอธิบายได้กว้างๆ ดังนี้

๑. คุณค่าทางประวัติศาสตร์ : จิตรกรรมไทยล้วนมีอายุนับร้อยปีขึ้นไป จิตรกรไม่ได้เขียนเล่าเรื่องราวทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกวิถีชีวิตของสังคม และผู้คนในอดีตตั้งแต่ชีวิตในวัง เช่นการแต่งกายของสาวชาววัง การแต่งกาย เสื้อผ้าของกษัตริย์ จนถึงชาวบ้าน สถาปัตยกรรม ตั้งแต่ปราสาทราชวัง จนถึงเรือนชาวบ้าน ตามสภาพที่เป็นจริงเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งปัจจุบันหาดูภาพเหล่านั้นในความเป็นจริงไม่มีแล้ว จึงเป็นข้อมูลให้ศึกษาชีวิตของผู้คนในอดีตได้ดี

๒. คุณค่าทางศิลปกรรม : สะท้อนถึงลักษณะความงามของจิตรกรรมไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทย เช่น การไม่ให้ความสำคัญต่อความเป็นจริงตามแบบวิทยาศาสตร์ หรือความเป็นจริงที่ตาเห็น เช่น ตัวภาพบุคคลในจิตรกรรมไทยจะไม่มีกล้ามเนื้อและแสงเงา การใช้สีสัน จะไม่อ้างอิงกับข้อเท็จจริงตามที่ตาเห็น เช่น ท้องฟ้าจริงๆ จะสีฟ้า แต่ท้องฟ้าหลายฉากในจิตรกรรมไทย กลับใช้สีแดงระบายท้องฟ้า แทนที่จะใช้สีฟ้าเป็นต้น และตัวภาพเหล่านั้นหากเป็นตัวภาพชนชั้นสูง ก็ล้วนมีกิริยาอาการในรูปแบบ ที่คล้ายท่าทางของตัวละครในงานนาฏศิลป์ไทย หรือเรียกว่าท่าทางแบบนาฏลักษณ์ และงานช่างชั้นครูที่เหลืออยู่ ก็ยังเป็นแบบฉบับที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนจิตรกรรมไทยในปัจจุบัน ในการนำมาสร้างสรรค์และพัฒนางานในปัจจุบันด้วย

๓. คุณค่าทางพุทธศาสนา : เนื่องจากจิตรกรรมไทยล้วนเขียนเรื่องทางศาสนาแทบทั้งสิ้น จึงย่อมสะท้อนโลกทัศน์ทางพุทธศาสนาของคนโบราณ ซึ่งแม้ว่าโดยผิวเผินก็คล้ายคลึงกับที่คนปัจจุบันรู้กัน แต่ว่าโดยแท้จริงแล้วกลับมีโลกทัศน์ที่ต่างจากเราไม่น้อย เช่น เรื่องพระพุทธเจ้า คนโบรณให้ความสำคัญกับอดีตพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ อีกหลายองค์ เรื่องราวต่างๆ เช่น ชาดก ก็ล้วนสะท้อนถึงการบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในบั้นปลาย และไตรภูมิก็เป็นเรื่องราวที่สอนให้มนุษย์มองจักรวาลตามกรอบแนวคิดของพุทธศาสนา ว่าถึงจะยิ่งใหญ่และงดงามแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน และจีรัง พระนิพพานเท่านั้นที่แน่นอนไม่ผันแปร พูดง่ายๆ คือสอนให้คนทำดี.....ดีตามแบบพุทธศาสนา ที่พระพุทธองค์ทรงดำเนินมาก่อนนั้นแล้ว

๔. คุณค่าอื่นๆ : มีหลายอย่างมาก แต่จะไม่เน้นมาก เพราะคงทราบกันดี เช่น ในช่วงเวลาปัจจุบันการท่องเที่ยวสามารถสร้างมูลค่าทางเงินตราสูงมาก จึงทำให้งานศิลปะไทยคือสินค้าชั้นเยี่ยม สำหรับให้ชาวต่างชาติมาชมเกิดรายได้ ซึ่งนับเป็นคุณค่าใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นและโบราณไม่ได้คิดหรือตั้งใจไว้ แต่ถึงอย่างไรเสียการท่องเที่ยวที่ดี ก็ต้องนำเสนอสาระที่ดีที่บอกไปให้นักท่องเที่ยวรู้ด้วย
 
     
   
  ขอบคุณ อ.สุรชัย จงจิตงาม (อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ และ ฝ่ายวิชาการโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ www.umongpainting.com) ที่ช่วยไขความกระจ่างให้ด้วยครับ