ความหมายของ ศิลปะ ศิลปิน ช่างศิลป์ งานช่าง ศิลปหัตถกรรม ศิลปะสังคมและการเมือง ศิลปวัฒนธรรม ศิลปะในชีวิตประจำวัน  โดย ศาสตราจารย์ วัฒนะ จูฑะวิภาต (ศาสตราจารย์กิตติคุณ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
   

ศจ.วัฒนะ จูฑะวิภาต ท่านให้นิยามทางศิลปะได้น่าสนใจครับ ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับผู้ที่สนใจ ก็เลยคัดมาให้อ่านกัน และยังมีภาพผลงานของศิลปินไทยชั้นเยี่ยมให้ดูประกอบด้วยครับ (๒๓ มกราคม ๒๕๔๙)
 

ศิลปะ ศิลปิน ช่างศิลป์ งานช่าง

พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ อังกฤษ - ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๓๐ กล่าวถึงคำว่า อาร์ท (Art) ดังนี้

        Art ศิลปะ : ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่แสดงออกในรูปลักษณ์ต่างๆ ให้ปรากฏซึ่งสุขหรือทุกข์ ความประทับใจ สะเทือนอารมณ์ ตามอัจฉริยภาพ พุทธิปัญญา ประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของแต่ละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์ ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือความเชื่อในลัทธิศาสนา
        Art and Craft  ศิลปหัตถกรรม : ศิลปะวัตถุที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ เป็นผลงานประเภทศิลปะประยุกต์ มีจุดประสงค์และความต้องการในเรื่องประโยชน์ใช้สอย เช่น งานโลหะ งานไม้ งานถักทอ งานเย็บปักถักร้อย งานจักสาน งานเครื่องหนัง และงานเกี่ยวกับมัณฑนศิลป์ทั้งหลาย
        Artisan  ช่างศิลป์ : ผู้ประกอบงานศิลปะสำหรับประโยชน์ใช้สอย เช่น ช่างทอง ช่างถม ช่างฉลุ ช่างสัก ช่างประดับมุก ช่างประดับกระจก ช่างเพชรพลอย
        Artist  ศิลปิน : ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ เช่น กวี นักดนตรี จิตรกร ประติมากร สถาปนิก นาฏศิลปิน

พจนานุกรมศัพท์และเทคนิคทางศิลปะ ฉบับกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า
Blue and Green Reflexes, 1956

เฟื้อ (ทองอยู่) หริพิทักษ์ (๒๔๕๓-๒๕๓๖)
Blue and Green Reflexes, 1956.
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด : ๘๕.๕ x ๖๖ ซม.
สมบัติของ : National Museum Silpa Bhirasri Memorial, Bangkok
          Art and Crafts  ศิลปหัตกรรม : หมายถึง ศิลปะแห่งการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยมือ (หัตถกรรม) ส่วนมากมักจะออกแบบในลักษณะสิ่งประดับตกแต่ง และทำขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างใดอย่างหนึ่ง งานศิลปหัตถกรรมมีหลายประเภท รวมไปถึงงานโลหะ งานไม้ งานจักสาน งานทอ งานเย็บปักถักร้อย งานแกะสลัก งานพิมพ์ งานระบายสี บางครั้งเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นงานอดิเรก ทำในยามที่ต้องการพักผ่อน หรือใช้เป็นกิจกรรมบำบัด

        Craft : หมายถึง
          วิธีการหรือทักษะในการทำงาน
          กิจกรรมที่ทำขึ้นด้วยมือ โดยศิลปิน หรือช่างฝีมือ ซึ่งแตกต่างจากวิธีการต่างๆ ในด้านวิจิตรศิลป์ ซึ่งเป็นการกระทำของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อแสดงออกทางสุนทรีย์ หรือในงานประเภทศิลปะประยุกต์

 
 
Sa-Ngad Puiock : Lotus Series IV
สงัด ปุยอ๊อก
ดอกบัว Series IV
Lotus, a symbolic flower in Buddhism, is an inspiration for him.
 
          พจนานุกรมศัพท์ศิลปะฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้แยกงานศิลป์ (Art) กับงานช่าง (Craft) ออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งใดที่มนุษย์คิดสร้างสรรค์ รวมประกอบด้วยสองสิ่งคือ ความคิดสร้างสรรค์ (สุนทรียภาพ) และทักษะในเชิงช่าง (ประโยชน์ใช้สอย)

การจัดหมวดหมู่ของผลงานว่าจะอยู่ในหมวดของงานศิลปะหรืองานช่าง ก็ให้ดูที่จุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ เช่น หากสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ใช้สอยแล้ว รูปแบบและกลวิธีสร้างสรรค์จะขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเป็นสำคัญ ไม่ได้เน้นในเรื่องของสุนทรียภาพ แต่ถ้าสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในด้านของความงาม จะมีส่วนผสมของสุนทรียภาพค่อนข้างสูง
 
 
Professor Silpa Bhirasri, 1962

เฟื้อ (ทองอยู่) หริพิทักษ์
(๒๔๕๓-๒๕๓๖)
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี, ๒๕๐๕
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด : ๘๓ x ๑๐๔ ซม.
สมบัติของ : The Bhirasri Institute of Modern Art Foundation, BKK.

ผลงานสร้างสรรค์ที่เรียกว่า ศิลปะประยุกต์ เมื่อถูกสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ใช้สอย บางครั้งเมื่อพิจารณาแล้วให้ความเป็นสุนทรียภาพได้สูงเท่าหรือมากกว่าผลงานวิจิตรศิลป์ ก็อาจนับได้ว่าผลงานชิ้นนั้น เข้าข่ายเป็นผลงานศิลปะได้ เช่น เครื่องจักสาน ที่ช่างผู้ชำนาญมีฝีมือก็จะสร้างสรรค์ผลงานได้ยอดเยี่ยม วิจิตรพิศดารเป็นพิเศษ งานชิ้นนั้นก็จะมีความงดงามในด้านสุนทรียะได้ หรือ ของใช้พื้นบ้านอย่าง กระต่ายขูดมะพร้าว ที่มีรูปร่างแปลกจากการสร้างสรรค์ของชาวบ้าน ก็มีความงดงามในตัว แม้ทั้งรูปทรงและสีสัน จะดูเก่าทรุดโทรมเพราะใช้งานมานาน แต่ก็ยังมีความงามแก่ผู้ที่ได้พบเห็นกระต่ายขูดมะพร้าวนั้น ก็จะมีความเป็นศิลปะสูงกว่าความเป็นงานช่างอีกด้วย

หากจะแบ่งงานศิลปะและงานช่าง อาจพิจารณาได้ดังนี้

•  งานศิลปะ : เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อความงาม สนองด้านความรู้สึก จิตใจ และสุนทรียภาพ
•  งานช่าง : ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยด้านร่างกาย ความสวยงามเป็นเรื่องรอง
•  งานช่างที่เป็นศิลปะ : ผลงานสร้างขึ้นเพื่อสนองประโยชน์ใช้สอย แต่มีคุณค่าทางความงามเป็นสุนทรียภาพ
•  งานศิลปะที่เป็นงานช่าง : ผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อสนองความรู้สึกด้านจิตใจ แต่มีคุณค่าทางความงามอยู่ในระดับที่เป็นได้เพียงงานช่าง
 
 
ศิลปะสังคมและการเมือง

•  สังคม คือการรวมตัว การจับกลุ่มกันของหมู่ชน มีสภาพใหญ่เล็กตามจำนวนของคนที่มารวมกันอยู่แต่ละแห่ง และมีความผูกพันต่อกัน
•  การเมือง คือการบริหารงานของสังคมประเทศชาติ หรือการดำเนินแนวนโยบายในการใช้ทรัพยากร เพื่อสร้างสรรค์ประเทศชาติให้พัฒนาก้าวหน้าตามกาลสมัย ในฐานะกลไกหนึ่งของสังคม

        พฤติกรรมในลักษณะสังคม ซึ่งโดยนัยแห่งการรวมตัวกันนี้ แม้สัตว์บางพวกก็มีลักษณะคล้ายๆ กันกับมนุษย์ แต่มันรวมกันเป็นฝูงเพียงแต่ว่าอยู่ด้วยกัน หากินในถิ่นเดียวกัน และเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น แม้จะรวมตัวกันต่อสู้หรือโจมตี ก็เพียงเอาตัวรอดหรือหาอาหารเท่านั้น สัตว์ไม่ได้มีนโยบายหรือวางแผนอย่างลึกซึ้งเหมือนมนุษย์ และถึงแม้จะเห็นการผูกพันกันอยู่บ้าง ก็มีในตัวที่มีลูกอ่อน ซึ่งมักจะมองหาหรือส่งเสียงเรียกร้องกัน แต่ไม่ช้าไม่นานมันก็ลืมได้
Alas nothing be justice!, 1999

วสันต์ สิทธิเขตต์
Alas nothing be justice!, 1999.
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ

 
          สังคมของมนุษย์ได้รับการก่อตั้งขึ้นตามความผูกพัน และมีพันธะต่อกันหลายประการ เครื่องร้อยรัดสังคมที่สำคัญคือ วัฒนธรรม อันเป็นแหล่งรวมพฤติกรรมของคนในสังคมที่จะกระทำอย่างเดียวกัน ประพฤติตามแบบที่นิยมเหมือนๆ กัน และวัฒนธรรมก็มีศิลปะเป็นสิ่งแสดงออกที่สำคัญมาก กล่าวได้ว่า ศิลปะเป็นสิ่งแสดงออกทางวัฒนธรรมของสังคมมนุษย์ และเป็นสิ่งผูกพันอยู่ในสังคมของมนุษย์ทุกสังคม ศิลปะจึงอยู่ในฐานะที่เป็นสื่อกลางประสานความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างศิลปินผู้สร้างสรรค์กับประชาชนผู้ดูหรือผู้รับ และสิ่งที่แสดงความเข้าใจร่วมกันนั้นเองจะค่อยๆ ซึมซาบเข้าสะสมเป็นประสบการณ์ ซึ่งจะกลายเป็นประสบการณ์พื้นฐานที่ยอมรับกันว่า ลักษณะอย่างนั้น ศิลปะแบบนั้น เป็นของตนเอง หรือเป็นของสังคมที่ตนเองสังกัดอยู่ ก็จะบังเกิดความผูกพันกับตนเองในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคม ศิลปะที่เป็นสื่อกลางในลักษณะนี้ จึงเป็นศิลปะประเภทที่เรียกกันว่า ศิลปะประจำชาติ เช่นเดียวกับภาษาหรือขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเป็นสื่อกลางประสานความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนที่อยู่ในสังคมเดียวกัน ในที่สุดก็กลายเป็นมรดกทางสังคมถ่ายทอดสืบต่อกันไป
 
 
Hanuman and Nang Supannamatcha

ชิต เหรียญประชา
(๒๔๕๑-๒๕๓๗)
หนุมาน กับนางสุพรรณมัจฉา
เทคนิค : แกะสลักงาช้าง

        เมื่อทราบแล้วว่าศิลปะเป็นสื่อกลางของสังคม ก็ควรเข้าใจต่อไปว่า ในโลกนี้ประกอบขึ้นด้วย สังคมมนุษย์หลายรูปแบบ ศิลปะของแต่ละสังคมก็อาจเป็นสื่อกลางที่จะช่วยประสานความเข้าใจร่วมกันระหว่างสังคมได้ ในฐานะที่สังคมมนุษย์ทุกสังคมก็ล้วนแต่เป็นสมาชิกของโลก และมีความจำเป็นจะต้องติดต่อประสานความเข้าใจซึ่งกันและกัน จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องมีความเข้าใจล่วงเลยไปถึงศิลปะของสังคมอื่นๆ ด้วย เช่นเดียวกับภา ษาต่างประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อให้บังเกิดความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ของประเทศอื่น จึงนับว่าเป็นความเข้าใจที่ไกลตัวออกไป ในสมัยก่อนๆ อาจจะไม่มีความสำคัญเลยก็ได้ แต่ในสมัยปัจจุบันกลายเป็นความจำเป็นที่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วมาก ที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะศิลปะที่เป็นเสมือนสื่อกลาง ก็นับว่าเพิ่มความสำคัญขึ้นเป็นอันมากกลายเป็นดั่งทูตสันติภาพที่จะประสานความเข้าใจกันทั่วโลก

        ศิลปะกับสังคมนั้นจึงเปรียบสังคมดังตัวคน ศิลปะก็คือเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับตกแต่ง ตามแบบอย่างของสังคมนั่นเอง แต่คนในโลกก็ยังมีเครื่องแต่งกายสากลซึ่งใช้กันในสังคมทุกประเทศ ส่วนด้านการเมืองนั้น ตามสายตาของคนทั่วไปที่มองดูศิลปะอย่างผิวเผิน ก็จะไม่ทราบถึงเยื่อใยความผูกพันหรือผลกระทบของศิลปะที่มีต่อการเมือง
 
 

เพราะเมื่อศิลปะมีส่วนอยู่ในสังคมแล้ว ก็ย่อมจะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวของการเมืองเป็นธรรมดา ถ้าเราจะตีความว่า การเมือง คือการบริหารของสังคมประเทศชาติ แล้วก็ย่อมที่จะครอบคลุมไปถึงกิจกรรมทุกเขนงทุกหน่วยและทุกประเภท แนวนโยบายการเมืองย่อมมาจากเสียงส่วนใหญ่ของมหาชน โดยมีผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับใช้สิทธิ์ใช้เสียง ดังนั้นคำว่า การเมือง ในที่นี้คือแนวนโยบายในการใช้ทรัพยากรเพื่อสร้างสรรค์ประเทศชาติให้พัฒนาการก้าวหน้า หาใช่เป็นเรื่องที่ทำให้บังเกิดความวุ่นวายดังที่เข้าใจกันไม่

        เนื่องจากศิลปะที่ทรงคุณค่านั้นย่อมมีระเบียบที่ดี มีขั้นตอนที่เหมาะสมและมีความบันดาลใจสูง รูปอนุสาวรีย์ต่างๆ ทั้งรูปปั้น รูปหล่อ หรือรูปแกะสลัก ล้วนสร้างสรรค์ด้วยศิลปะอย่างสูงของศิลปินผู้มีฝีมือในสังคมประเทศนั้นๆ และแม้ว่าจะมุ่งเทิดทูนตัวบุคคลหรืออุดมการณ์ เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงแต่พร้อมกันนั้น ก็ยังแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งผลงานต่างๆ อีกด้วย การพัฒนาสังคมย่อมต้องอาศัยพื้นฐานแห่งความร่วมมือร่วมใจของบุคคลทุกเพศทุกวัยและทุกฝ่าย นโยบายพัฒนาสังคมประเทศชาติจะมีผลก็เมื่อบุคคลในชาติรวมพลังจิตใจกันอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นศิลปะจึงมีผลกระทบถึงการเมืองด้วย เมื่อมีศิลปะเป็นสื่อกลางประสานความเข้าใจที่ดีแล้ว การบริหารกิจการใดๆ ตามแนวนโยบายทางการเมืองก็ได้รับผลกระทบที่ดีอย่างแน่นอน

Musical Rhythm, 1949
เขียน ยิ้มศิริ (๒๔๖๕-๒๕๑๔)
Musical Rhythm, 1949.
เทคนิค : Bronze
ขนาด : ๕๕ x ๓๘ x ๓๘ ซม.
สมบัติของ : Nithi Darbhatisha, BKK.
 
 
Lotus, 1956
ทวี นันทขว้าง (๒๔๖๘-๒๕๓๔)
Lotus, 1956.
เทคนิค : Oil on board
ขนาด : ๑๒๐ x ๑๘๑ ซม.
สมบัติของ : National Museum Silpa Bhirasri Memorial, Bangkok.
(Gold Medal, The 7th National Exhibition of Art)
 
 
        ศิลปะที่ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ จากการเน้นในเชิงขัดแย้งกับนโยบายทางการเมืองก็เป็นอีกแนวหนึ่ง ซึ่งศิลปินที่มีความคิดรุนแรงสร้างสรรค์ขึ้น แต่เจตนามุ่งแสดงออกอย่างเดียวอาจทำให้ขาดความรอบคอบในการจัดภาพ โดยบรรจุเนื้อหาเรื่องราวทั้งหลายบรรดาที่มีอยู่ในสังคมซึ่งไม่เป็นที่พึงพอใจของศิลปิน เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นความไม่ชอบมาพากลในสมัยนั้นๆ ของสังคม จึงเป็นจินตนาการที่สนองการรับรู้และความต้องการของผู้ดูเพียงระยะสั้นๆ อาจมิได้มีคุณค่าสูงส่งนัก เพราะมุ่งแต่ระยะความคิดที่คุกรุ่นรุนแรงอย่างเดียว ทำให้ขาดความประสานกันที่ดีทางศิลปะ ยิ่งในการสร้างสรรค์ที่เจตนาจะใช้ปลุกระดมด้วยแล้ว จะมีคุณค่าทางศิลปะเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นการแสดงออกในทางศิลปะในกรณีนี้จึงขาดความนุ่มนวล อ่อนละมุน ขาดความรอบคอบในการจัดองค์ประกอบ เป็นผลงานที่ไม่ควรค่าแก่การประเมินทางด้านวิจิตรศิลป์ แม้ว่าจะมีผลในทางสะเทือนอารมณ์อยู่ด้วย แต่ก็มิได้ช่วยจรรโลงจิตใจเพราะเป็นเพียงภาพประกอบเรื่องหรือโปสเตอร์ที่ต้องการชักจูงคนดูอย่างเดียว นับว่ามีคุณค่าน้อยกว่าวิจิตรศิลป์

        ศิลปะกับการเมืองอีกแบบหนึ่งแสดงออกซึ่งความคิดที่จะให้บังเกิดความสำนึกหรือระลึกเหตุการณ์ที่รุนแรง เช่น สงครามเป็นต้น เพื่อให้ผู้ดูได้ตระหนักถึงความโหดเหี้ยมของสงคราม จะได้ไม่พยายามก่อมันขึ้นมาอีก อันจะช่วยให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่กันอย่างสันติสุข แม้ศิลปะที่แสดงออกในแบบนี้จะไม่มีอำนาจช่วยให้โลกปลอดภัยได้ แต่กระนั้นก็ยังช่วยให้เกิดการสะดุดหยุดคิดกันบ้าง และก็อาจบังเกิดความขัดแย้งกับนโยบายทางการเมืองได้ ในเมื่อนักการเมืองต้องการให้ผู้คนมีความกล้าต่อการก้าวเข้าสู่ภาวะสงคราม แต่ศิลปินกลับสร้างสรรค์ศิลปะให้ผู้คนหวั่นไหวหวาดกลัวต่อสงคราม หรือบางทีก็เกิดความขัดแย้งกันในแนวทางที่แตกต่างกัน เช่น นักการเมืองมุ่งจะสร้างสรรค์ความรักชาติในแนวชาตินิยม แต่ศิลปินก็หันไปสร้างสรรค์งานศิลปะที่เป็นสากลเพียงอย่างเดียว ทำให้ดูขาดความสามัคคีกลมเกลียว แตกแยกในทางความคิด ทั้งนี้เพราะศิลปินถือว่าไม่ตกอยู่ในอำนาจใคร และย่อมมีอิสระในความคิดของตนเอง
 
 

        ศิลปะมีส่วนทำให้สังคมเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และพัฒนาก้าวหน้าได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะศิลปะทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นวิจิตรศิลป์หรือประยุกต์ศิลป์ ย่อมได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความต้องการและสติปัญญาของมนุษย์ในสังคมนั้นๆ เอง ความรู้ทางศิลปะ ซึ่งมีอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา จะช่วยส่งเสริมบุคคลให้เข้าใจในศิลปะ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการพัฒนาทางอ้อม โดยเป็นที่ยอมรับว่าศิลปะนั้นเป็นทั้งสื่อที่ช่วยจรรโลงจิตใจและให้ประโยชน์ ส่วนที่สามารถสร้างสรรค์ศิลปะได้ด้วยตนเองก็เป็นการพัฒนาทางตรงไม่ว่าจะสร้างสรรค์โดยมีรากฐานจากแบบอย่างดั้งเดิมในชาติของตน หรือสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ตามแนวสากลก็ตาม ดังนั้นการพัฒนาสังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ศิลปะจึงมีส่วนร่วมที่สำคัญ เช่นเดียวกับปัจจัยส่วนประกอบอื่นๆ

He who loves to lick his feet for progress, 1990

วสันต์ สิทธิเขตต์
He who loves to lick his feet for progress, 1990. เทคนิค : Woodblock
 
 
Sa-Ngad Puiock : Lotus Series IV
สงัด ปุยอ๊อก
ดอกบัว Series IV
Lotus, a symbolic flower in Buddhism, is an inspiration for him.
 
 
ศิลปะกับวัฒนธรรม

        วัฒนธรรม คือ ลักษณะพฤติกรรมหรือวิถีชีวิตของคนในสังคมเดียวกัน ชาติเดียวกัน ประพฤติปฏิบัติเหมือนๆ กัน และวัฒนธรรมนั้นๆ ก็มีศิลปะเป็นสื่อแสดงออกให้ทราบถึงข้อมูลต่างๆ ของคนในสังคม ดังได้กล่าวแล้วว่าศิลปะเป็นสื่อประสานความเข้าใจของคนในชาติและของคนระหว่างชาติ ดังนั้นจึงได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามรูปแบบลักษณะที่คนในสังคมเข้าใจกันดี เป็นการประคับประคองการยอมรับโดยมีพันธะเยื่อใยต่อกัน ดังนั้นศิลปินผู้สร้างสรรค์ จึงใช้สื่อประสานความเข้าใจนี้เป็นรากฐานที่สำคัญมาก การสร้างสรรค์ศิลปะทุกประเภททุกแขนง จึงเป็นการแสดงออกซึ่งวัฒนธรรมมาก จนเห็นได้ชัดหรือน้อยจนมองไม่เห็นก็ตาม

        ศิลปะเป็นสื่อแสดงวัฒนธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะศิลปินผู้สร้างสรรค์ย่อมได้รับความบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อม หรืออาจกล่าวได้ว่าสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะรูปแบบใดก็ตาม เพราะสิ่งแวดล้อมของสังคมมนุษย์ ประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งที่เป็นนามธรรมและเป็นรูปธรรม ในส่วนที่เป็นนามธรรมได้แก่ ความเชื่อถือและระเบียบประเพณีหรือขนบธรรมเนียมต่างๆ ตลอดจนความรู้สึกในจิตใจและอารมณ์ของผู้คนอันแสดงให้เห็นอุปนิสัยใจคอนั่นเอง ในส่วนที่เป็นนามธรรมก็ได้แก่สิ่งธรรมชาติทุกอย่าง มีดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ วัสดุอุปกรณ์จากธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งที่เป็นถาวรวัตถุ ซึ่งชนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างสมไว้นานแล้ว ดังนั้นศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจึงมีลักษณะรูปแบบเป็นไปตามอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมอย่างไม่มีปัญหา ทำให้บังเกิดลักษณะและรูปแบบที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรมได้เด่นชัด

 
 
Suchao Sisganes : Hay stacks

สุเชาว์ ศิษย์คเณศ (๒๔๖๙-๒๕๒๙)
Hay stacks
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ
เทคนิค : ๖๐ x ๕๙ ซม.
ศิลปะในชีวิตประจำวัน

         คำว่า ชีวิตประจำวัน มีความหมายครอบคลุมไปถึงการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนดับสูญ ระยะแห่งการเจริญเติบโตของมนุษย์ ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวไปตามวันเวลา มนุษย์จะค่อยๆ ได้รับประสบการณ์เพิ่มพูนขึ้น และในประสบการณ์นั้นเองก็จะมีทั้งที่ยอมรับหรือประทับใจและอยู่ในความทรงจำ ตลอดจนการขัดแย้งหรือคล้อยตาม สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นไปตามสภาพแวดล้อมของสังคมในช่วงหนึ่งๆ ของชีวิต ส่วนในประเด็นที่ว่า ศิลปะในชีวิตประจำวัน นั้น ได้แก่การดำเนินชีวิตซึ่งคลุกคลีสัมพันธ์อยู่กับศิลปะไม่มากก็น้อย ตามช่วงจังหวะของชีวิต มนุษย์จะนำเอาประสบการณ์เดิมที่มีอยู่มาเป็นพื้นฐานประสานความเข้าใจกับประสบการณ์ใหม่ แล้วปรับใช้ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ดังนั้นศิลปะในชีวิตประจำวันจึงเป็นผลมาจากการนำเอาประสบการณ์ทางศิลปะไปช่วยแก้ปัญหาได้ และเก็บงำเอาประสบการณ์ใหม่มาเพิ่มพูนให้เจริญงอกงามขึ้น มนุษย์อาจจะไม่รู้สึกตัวว่า ศิลปะในชีวิตประจำวันนั้นมีจริง
 
  เพราะคิดเสียว่า ผู้ที่คลุกคลีสัมพันธ์อยู่กับศิลปะนั้นควรเป็นผู้ที่อยู่ในวงการศิลปะหรือศิลปินเท่านั้น สามัญชนคนธรรมดาไม่เกี่ยวข้องด้วย บางคนจึงไม่ยอมรับ และปฏิเสธว่า ตนเองไม่มีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน แต่ถ้าหากได้เข้าใจว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งแยกมนุษย์ออกจากสัตว์ และเป็นสิ่งสร้างเสริมคุณภาพให้แก่ชีวิตแล้ว ก็คงจะค่อยๆ เข้าใจอย่างถูกต้องดีขึ้น แต่ก็คงจะต้องอาศัยกาลเวลาและช่วงโอกาส  
 

         ศิลปะในชีวิตประจำวันมีส่วนสะสมเพิ่มพูนให้กลายเป็นความนิยม และบังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางศิลปะในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย เพราะมนุษย์แต่ละคนเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม เมื่อทุกคนมีพฤติกรรมร่วมกันจนเป็นบรรทัดฐานหรือแบบฉบับ ก็จะกลายเป็นค่านิยมของสังคม และในที่สุดก็จะเป็นวัฒนธรรมของสังคมนั้นๆ ประเด็นสำคัญต่างๆ ที่น่าศึกษาในเรื่องศิลปะในชีวิตประจำวันมีดังต่อไปนี้

๑. ศิลปะในรูปแบบสิ่งของเครื่องใช้
         ส่งของเครื่องใช้เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ การแต่งกาย การรับประทานอาหาร การปรุงอาหาร และอื่นๆ อีกเป็นอันมากที่มีความจำเป็นจะต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ที่เรามี



สงัด ปุยอ๊อก
ลานนา Series III
Lanna's Living style.
 
  ความรู้สึกว่าสิ่งของบางอย่างใช้ดี ใช้เหมาะ มีคุณภาพดี และมีรูปแบบที่น่าใช้ ก็เพราะได้เปรียบเทียบจากการนำเอาไปใช้สอยและได้สัมผัส ประสบการณ์เหล่านี้จะค่อยๆ สะสมอยู่ในตัวเราเอง ซึ่งอาจจะมีทั้งที่มีความรู้สึกชอบไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และมีความรู้สึกชอบไม่ชอบโน้มเอียงตามคนอื่นๆ แต่สิ่งของเครื่องใช้เหล่านั้นก็ได้รับการผลิตสร้างขึ้นมาด้วยสติปัญญาทางศิลปะ และการช่างนั่นเอง จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคนทุกคนมิได้มีส่วนสัมผัสกับศิลปะซึ่งมาในรูปสิ่งของเครื่องใช้ใกล้ตัว แล้วค่อยๆ สะสมเป็นประสบการณ์พื้นฐาน ช่วยปรุงแต่งรสนิยมของบุคคลขึ้น
 
 
Sa-Ngad Puiock : Lotus Series IV

สงัด ปุยอ๊อก
ดอกบัว Series IV
Lotus, a symbolic flower in Buddhism.
๒. ศิลปะในรูปสิ่งคลี่คลายอารมณ์
         ดนตรี นาฏศิลป์ ภาพยนตร์ ละครเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนคลี่คลายอารมณ์ และเป็นศิลปะในชีวิตประจำวันที่เลี่ยงไม่พ้น แม้ว่าจะอยู่ในแหล่งห่างไกลสังคม เช่น ชนบทหรือป่าเขา แต่ก็ยังมีความต้องการกันอยู่เป็นครั้งคราว ยิ่งในสังคมเมืองซึ่งมีธุรกิจอย่างซับซ้อนด้วยแล้ว ยิ่งจะได้รับได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็จะค่อยๆ เพิ่มพูนประสบการณ์พื้นฐานยิ่งขึ้น โดยการได้เห็นได้ยินมากๆ ในที่สุดก็จะเกิดความรู้สึกในทางส่วนตัว
 
 
และโน้มเอียงตามคนอื่นๆ ในลักษณะของสิ่งที่ดีงาม จึงมีส่วนช่วยปรุงแต่งรสนิยมของบุคคลไว้ด้วย

๓. ศิลปะในรูปสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างสรรค์
         สิ่งแวดล้อมนี้ได้แก่ ที่อยู่อาศัย ยวดยานพาหนะ ถนนหนทาง ตลอดจนการจัดสวน การจัดผังเมือง นับเป็นส่วนหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องได้พบเห็นได้สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และเป็นประสบการณ์ที่ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น ผลจากการได้เห็นสิ่งเจริญคงจะช่วยชำระจิตใจและสิ่งที่รกตาก็จะกลายเป็นสิ่งเร้าให้เกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนั้นในสิ่งแวดล้อมทั้งรูปของอาคาร สนามหญ้า ถนนหนทาง ยานพาหนะ และเมืองก็มีส่วนช่วยปรุงแต่งรสนิยมของบุคคลอีกด้วย

         สรุปได้ว่า ศิลปะในชีวิตประจำวันมีลักษณะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์พื้นฐานและประสานความเข้าใจกันในรูปของบรรทัดฐาน สร้างเสริมให้เกิดรสนิยมในบุคคล อันจะรวมกันเป็นค่านิยมของสังคมในที่สุด การจะเสริมสร้างให้ประชาชนใฝ่รู้ และมีรสนิยมชื่นชมผลงานศิลปะ สิ่งที่ทำได้คือส่งเสริมศิลปินให้มีโอกาสสร้างสรรค์ มีเวทีจัดแสดง เพื่อประชาชนจะได้มีโอกาสชื่นชมงานศิลปะ นับเป็นการยกระดับจิตใจของประชาชนทั่วไป
My Grand Mother, 1938
เฟื้อ (ทองอยู่) หริพิทักษ์ (๒๔๕๓-๒๕๓๖) My Grand Mother, 1938.
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด : ๓๙ x ๔๙ ซม. สมบัติของ : Mr.Khanchai Boonpan, Bangkok
 
     
   
อ้างอิงจาก ศาสตราจารย์ วัฒนะ จูฑะวิภาต : สูจิบัตรนิทรรศการศิลปกรรม สรวยศิลป์-ศิลปินเหนือ : Lanna Contemporary Art : ณ ศูนย์ศิลปะ PCC Art Gallery : ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ - ๑๘ มกราคม ๒๕๔๙