บทเรียนที่ ๕ " การเขียนแม่ลายกระหนก (ตัวเดียว) "
   
แม่ลายกระหนก นับเป็นแม่ลายที่สำคัญที่สุด ในการเขียนลายไทย เพราะถ้าคุณไม่สามารถ ฝึกเขียนลายกระหนก จนชำนาญแล้ว ก็จะไม่สามารถเขียนลายไทย ในขั้นต่อๆ ไปได้ ในบทเรียนนี้จะเป็นการฝึก การวาดกระหนกตัวเดียว และจะให้วาดสลับทั้งด้านซ้าย และด้านขวา โดยรูปทรงของตัวกระหนกนี้ มาจากรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก โดยส่วนหัวของกระหนกจะยื่น เลยจากรูปทรงสามเหลี่ยม ออกมาเล็กน้อย เพื่อให้ตัวกระหนก มีความพริ้วไหวมากขึ้น แต่ถ้าจะเขียนให้อยู่ภายใน รูปทรงสามเหลี่ยมก็ย่อมได้ แต่ตัวกระหนกที่ได้จะดูแข็งกว่า ความอ่อนช้อยจะลดลง
 

   

ขั้นตอนการเขียนแม่ลายกระหนก (ตัวเดียว)

๑. เริ่มจากการวาดรูป สามเหลี่ยมมุมฉากขึ้นก่อน ส่วนสูง ๓ นิ้ว กว้าง ๒ นิ้ว และที่มุมซ้ายวาด สามเหลี่ยมด้านเท่า เล็กๆ กว้างจากฐาน ๒ ซ.ม. สำหรับให้ตัวกระหนกเกาะ

๒. เริ่มลากเส้นโค้ง จากฐาน (ตามภาพตัวอย่าง) พอถึงส่วนหัวกระหนก ให้วาดเส้นขด เหมือนกับก้นหอย แล้วลากเส้นต่อ จนถึงยอดลาย และตวัดลง ให้โค้งแหลม จนสุดโคนก้านตัวกระหนก ตามภาพตัวอย่าง

๓. สำเร็จเป็นตัวกระหนก ส่วนเส้นเล็กๆ สีเทาที่อยู่ระหว่างกลาง ทั้งสองด้าน ของตัวกระหนกนั้น คุณจะวาดหรือไม่ก็ได้ ผมเพียงแต่เขียนนำไว้ให้ เพราะในบทเรียนต่อไปเส้นนำนี้ จะมีความสำคัญมาก ในการแบ่งตัวกระหนก เพื่อบากลาย หรือวาดขด สะบัดยอดลาย เป็นลายกระหนกหางไหล

 
         
    ๔. เมื่อคุณสามารถวาดกระหนก ด้านขวาสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณก็ควรหัดวาด ตัวกระหนกที่พลิกกลับด้านซ้ายด้วย เพราะในการใช้งานจริงๆ นั้น จำเป็นต้องเขียนได้ ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา วิธีการวาดก็เช่นเดียวกับ การวาดตัวกระหนกด้านขวา  

 

 

ข้อควรสังเกต
๑. ส่วนโค้งที่ยื่นเลยออกมาจาก โครงสามเหลี่ยมนั้น ควรจะวาดให้โค้งเลยออกมาพองาม โดยดูได้จากภาพตัวอย่าง
๒. ในบทเรียนนี้ เป็นการฝึกการวาดเส้นโค้งล้วนๆ หากคุณยังไม่ถนัดนักก็ ควรหัดวาดเส้นโค้งบนกระดาษอื่น ก่อนหลายๆ ครั้ง จนชำนาญดี เพราะการเขียนตัวกระหนกที่ดีนั้น ไม่ควรจะใช้เส้นร่างมาก หากเขียนด้วยเส้นเดียว เป็นรูปสำเร็จเลย ได้ก็ยิ่งดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การฝึกฝนจนชำนาญมือ
๓. ผมแนะนำว่า คุณควรฝึกหัดวาด อย่างน้อยๆ ก็ ๑๐๐ ตัวขึ้นไป ทั้งด้านขวาและซ้าย (อย่าเพิ่งโอ้โหนะครับ!) การเขียนลายไทยนั้น ขึ้นอยู่กับความชำนาญ ที่ได้จากการฝึกฝนที่มากพอ และการเป็นนักสังเกตธรรมชาติ อารมณ์สะเทือนใจ และความรู้สึก จากการได้สัมผัส กับความสุนทรีย์ของความงาม อันนี้เป็นลักษณะพิเศษ ของศิลปินทุกคนครับ