![]() |
บทเรียนที่ ๗ " การเขียนหางไหล " | ![]() |
|||||
ลายหางไหล ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ประกอบ เป็นยอดของตัวกระหนก โดยช่างไทยได้แรงบันดาลใจ มาจากหางของสัตว์จำพวกงู และเปลวเพลิง ลักษณะรูปร่างของหางไหล โคนหางจะอ้วน ส่วนปลายจะเรียวแหลม และจะสะบัดเลื้อยไปมา การฝึกเขียนหางไหลนั้น ค่อนข้างทำได้ยาก โดยผู้เรียนส่วนใหญ่ จะเขียนแล้วไม่สมดุลย์กัน ทำให้หางไหลนั้น ดูแล้วสะบัดไม่เป็นธรรมชาติ วิธีแก้ไข คือต้องหัดสังเกตจากบทเรียน หรือจากธรรมชาติใกล้ตัว และทดลองฝึกเขียนให้มาก ก็จะทำให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น |
|||||
![]()
![]() |
ขั้นตอนการเขียนหางไหล ๑. ให้วาดสามเหลี่ยมมุมฉาก ที่มีขนาดเดียวกับบทเรียนที่ ๕ และ ๖ ผิดกันแต่ ไม่ต้องวาดสามเหลี่ยมด้านเท่าเล็กๆ แต่ให้แบ่งกึ่งกลางขนาด ๑ นิ้วแทน เพื่อลากเส้นประนำ แบ่งกึ่งกลางของรูปสามเหลี่ยม |
|||
![]() |
๔. การวาดหางไหลที่พลิกกลับ ด้านซ้ายนี้ ใช้วิธีการวาดเช่นเดียวกับ การวาดด้านขวา |
![]()
|
ข้อควรสังเกต ๑. การวาดหางไหลนี้จะยาก ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ขนาดผมเองยังใช้เวลาตั้งนาน กว่าจะฝึกเขียนให้ได้ดี เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องตกใจ ถ้าการวาดระยะเริ่มแรก ดูยังไงก็ไม่เป็นหางไหล เบี้ยวไปบ้าง สาเหตุเพราะเส้นโค้ง ไม่รับกัน ขอให้พยายามต่อไปนะครับ ๒. ถ้าคุณเป็นนักสังเกตสักนิด ก็จะรู้ว่าลายหางไหลนี้ได้มาจาก การดูสัตว์เลื้อยคลานประเภทงู หรือสัตว์ชนิดอื่นที่มีหาง และเลื้อยคดไปมาเช่นเดียวกัน ผมก็ไม่รู้จะอธิบาย เทคนิคการเขียนอย่างไร เพียงขอให้คุณสังเกตจาก ภาพตัวอย่างนะครับ ว่าที่คุณวาดแล้ว ไม่เหมือนนั้น มาจากอะไร เพราะการวาดเส้นโค้งให้รับกัน จนดูเลื้อยพริ้วไหวนั้น ต้องใช้เวลาในการฝึก และสังเกตค่อนข้างมาก ๓. ก็เหมือนเดิมครับ คุณควรหัดวาดอย่างน้อยๆ ก็ ๑๐๐ ตัวขึ้นไป แล้วคุณจะเห็นว่าตัวที่ ๙๐, ๙๑ นั้น ดูดีกว่าตัวแรกๆ มากทีเดียว |
|||
|---|---|---|---|---|